มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี

ประวัติ มทส.

ช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 5 รัฐบาลมี นโยบายกระจายโอกาสทางการศึกษา ระดับอุดมศึกษาไปสู่ภูมิภาคและ ชนบท ให้มากยิ่งขึ้น ดังนั้น ใน พ.ศ. 2523 ทบวงมหาวิทยาลัยจึง เสนอให้ รัฐบาลจัดตั้งมหาวิทยาลัยใหม่ในส่วนภูมิภาค 5 แห่ง ได้แก่ ภาคเหนือ 1 แห่ง ภาคใต้ 1 แห่ง ภาคตะวันออก 1 แห่ง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 2 แห่ง ในส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ให้จัดตั้ง วิทยาลัยในสังกัด มหาวิทยาลัยขอนแก่นขึ้นที่จังหวัดอุบลราชธานี และ จังหวัดนครราชสีมา โดยวิทยาลัยที่จัดตั้งขึ้นที่จังหวัดนครราชสีมา ให้ใช้ชื่อว่า “ วิทยาลัยสุรนารี ” และเลือกพื้นที่ป่าเสื่อมโทรม บริเวณ อ่างเก็บน้ำห้วยบ้านยาง อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา เนื้อที่ ประมาณ 7,000 ไร่ เป็นที่ตั้ง

ต่อมารัฐบาลซึ่งมี ฯพณฯ พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ เป็น นายกรัฐมนตรี ได้เล็งเห็นความจำเป็น ในการเร่งรัดจัดตั้งมหาวิทยาลัย เพิ่มขึ้นในส่วนภูมิภาค เพื่อให้มีศักยภาพ และความพร้อมที่จะสนองความ ต้องการของการ พัฒนาประเทศในภูมิภาคต่างๆ ดังนั้น คณะรัฐมนตรีใน คราวประชุม เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2531 จึงมีมติให้ยกฐานะวิทยาลัย ในภูมิภาคทั้ง 5 แห่ง เป็นมหาวิทยาลัยเอกเทศ พร้อมกันนี้ ได้อนุมัติ ให้แต่งตั้งคณะกรรมการจัดตั้ง “มหาวิทยาลัยสุรนารี ” โดยมีปลัดทบวง มหาวิทยาลัย (ศาสตราจารย์ ดร . วิจิตร ศรีสอ้าน) เป็นประธานคณะกรรมการฯ ได้จัดทำโครงการ จัดตั้งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีเสนอต่อรัฐบาล พร้อมทั้งเสนอร่าง พระราชบัญญัติจัดตั้ง มหาวิทยาลัย ต่อสภาผู้แทนราษฎรในสมัยประชุม พ.ศ. 2532

เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2533 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ได้ทรงลงพระปรมาภิไธยใน พระราชบัญญัติดังกล่าว และได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 30 กรกฎาคม 2533 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี  จึงได้ถือเอาวันที่ 27 กรกฎาคม 2533 เป็นวันสถาปนามหาวิทยาลัย

การบริหาร

การบริหาร

การดำเนินงานของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีในช่วงทศวรรษแรก ได้แบ่งพัฒนาการสำคัญเป็น 3 ช่วง
พ.ศ. 2531 – 2532 เป็นช่วงแรกที่เป็นการดำเนินการด้านจัดหาที่ดินที่ตั้งของมหาวิทยาลัย การเตรียมโครงสร้าง การเตรียมจัดทำผังแม่บท

ช่วงที่ 2 ตั้งแต่ พ.ศ. 2533 – 2536 เป็นการดำเนินงานในช่วงเริ่มต้น จัดได้ว่าเป็นระยะบุกเบิกของมหาวิทยาลัย กล่าวคือเป็นระยะที่ก่อร่างสร้างตัวของมหาวิทยาลัย ให้พร้อมที่จะเปิดดำเนินการ โดยงานที่ได้ดำเนินการส่วนใหญ่เป็นการก่อสร้างอาคารสถานที่ ระบบสาธารณูปโภค การจัดระบบ วางระเบียบ การสรรหา และคัดเลือกบุคลากรเพื่อมาปฏิบัติงาน การดำเนินการส่วนใหญ่จะอยู่ที่สำนักงานชั่วคราว กรุงเทพมหานคร

ช่วงที่ 3 ตั้งแต่ พ.ศ. 2536 เป็นต้นไป เป็นระยะของการเปิดดำเนินการ บุคลากรทั้งหมดเข้ามาปฏิบัติงาน ณ ที่ตั้ง จังหวัดนครราชสีมา มีการรับนักศึกษาระดับปริญญาตรีรุ่นแรกในปีการศึกษา 2536 และในช่วงนี้ได้ดำเนินการตามภารกิจของ มหาวิทยาลัย โดยเน้นด้านการสอนและการวิจัย ซึ่งเป็นพื้นฐานของการขยายภารกิจทางด้านบริการวิชาการ ปรับแปลงถ่ายทอด และพัฒนาเทคโนโลยี และทะนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรมในระยะต่อไป จากหลักการ จัดตั้งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ที่กำหนดให้ฐานะและรูปแบบของมหาวิทยาลัยเป็น มหาวิทยาลัยของรัฐบริหารงานแบบธุรกิจที่ไม่มุ่งหาผลกำไร และยังสามารถสนองนโยบายของรัฐได้เต็มที่ โดยอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐมนตรีว่าการทบวงมหาวิทยาลัย การวางโครงสร้างการ บริหารงาน ของมหาวิทยาลัยจึงคำนึงถึงประสิทธิภาพในการบริการ เพื่อรองรับการดำเนินภารกิจต่างๆ ที่สำคัญ อาทิ การกระจายอำนาจการบริหารไปสู่องค์กรระดับต่างๆ เพื่อลดขั้นตอนการตัดสินใจ โดยให้องค์กร แต่ละระดับเน้นการบริหารงานในรูปคณะบุคคล เพื่อรองรับการกระจายอำนาจ และเพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการดำเนินงาน นอกจากนี้ยังเน้นหลักการของการใช้ทรัพยากรร่วมกันระหว่างหน่วยงานต่างๆ ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดอีกด้วย

การจัดองค์กร
ในฐานะมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ได้จัดโครงสร้างองค์กรและระบบบริหาร ที่ยึดหลักการกระจายอำนาจ ที่มีลักษณะของการปกครองตนเอง โดยให้การตัดสินใจ วินิจฉัย สั่งการ สิ้นสุดในระดับสภามหาวิทยาลัย ซึ่งเป็น องค์กรบริหารสูงสุดของมหาวิทยาลัย ทั้งนี้เพื่อให้มีความคล่องตัว และมีประสิทธิภาพในการดำเนินงานสูง โครงสร้างการจัดองค์กรการบริหารในแนวราบ มีการจัดแบ่งส่วนงานที่ชัดเจน ไม่สลับซ้ำซ้อน และวางโครงสร้างการจัดองค์กรวิชาการแบบกลุ่มสหวิทยาการ ที่เอื้อให้มหาวิทยาลัยประยุกต์ใช้นวัตกรรมเชิงบริหารและนวัตกรรมทางการ ศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผล ในการดำเนินงานภายใต้การเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐที่มีการตัดสินใจ วินิจฉัย และการสั่งการสิ้นสุดในระดับสภามหาวิทยาลัย ทำให้มหาวิทยาลัยมีขีดความสามารถในการบริหาร และการจัดการในเรื่องการพัฒนาองค์กรอย่างคล่องตัว การดำเนินการยุบรวม และจัดตั้งหน่วยงานต่างๆ ภายในมหาวิทยาลัย ทั้งในระดับสำนักวิชา ศูนย์ สถาบัน ฯลฯ สามารถทำได้อย่างรวดเร็ว ภายใต้ความเห็นชอบของสภามหาวิทยาลัยที่เป็นองค์กรการบริหารสูงสุด

โครงสร้างการจัดองค์กร

กลไกการกำหนดนโยบาย การวางแผนการควบคุม การติดตามและประเมินผล รวมทั้งการส่งเสริมสนับสนุนกิจการของมหาวิทยาลัย ประกอบด้วยองค์กรสำคัญจำนวน 2 องค์กร ได้แก่

สภามหาวิทยาลัย
เป็นองค์กรสูงสุดทำหน้าที่ควบคุมดูแลกิจการทั่วไป โดยเฉพาะด้านนโยบายและแผน งบประมาณ การเงินและทรัพย์สิน การแบ่งส่วนงาน การออกระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคล การแต่งตั้งผู้บริหารระดับสูงและการอนุมัติปริญญา
สภามหาวิทยาลัย ประกอบด้วย
(1) นายกสภามหาวิทยาลัย ซึ่งจะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง
(2) กรรมการโดยตำแหน่ง ได้แก่ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย
(3) กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ ไม่น้อยกว่า 9 คนแต่ไม่เกิน 12 คน ซึ่งจะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งจากบุคคลภายนอก และในจำนวนนี้จะต้องเป็นผู้ทรงคุณวุฒิจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือจำนวน 4 คน
(4) กรรมการจำนวน 2 คน ซึ่งสภาวิชาการเลือกจากกรรมการจากสภาวิชาการ
(5) กรรมการจำนวน 5 คนซึ่งเลือกจากคณาจารย์ประจำ
โดยนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัยมีวาระดำรงตำแหน่ง 2 ปี แต่จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งหรืออาจได้รับเลือกหรือได้รับเลือกตั้งใหม่อีกได้ นับตั้งแต่ พ.ศ. 2533 – 2551 มหาวิทยาลัยมีคณะกรรมการสภามหาวิทยาลัยรวมทั้งสิ้น 12 ชุด

สภาวิชาการ
เป็นองค์กรรองลงมาจากสภามหาวิทยาลัย ทำหน้าที่ควบคุมดูแลกิจการทางวิชาการ อันได้แก่ การสอน การวิจัย และบริการทางวิชาการโดยเฉพาะการกำกับดูแลด้านมาตรฐานและคุณภาพทางวิชาการ ของมหาวิทยาลัย
สภาวิชาการ ประกอบด้วย
(1) ประธานสภาวิชาการ ได้แก่ อธิการบดี
(2) กรรมการโดยตำแหน่ง ได้แก่ คณบดี ผู้อำนวยการศูนย์/สถาบัน และศาสตราจารย์
(3) กรรมการสภาวิชาการที่คณาจารย์ประจำเลือกจากคณาจารย์ประจำสำนักวิชา สำนักวิชาละ 3 คน
กรรมการสภาวิชาการ มีวาระการดำรงตำแหน่ง 2 ปี แต่อาจได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งใหม่อีกได้
โดยที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี มีงานหลักที่สำคัญ 6 ด้าน คือ งานบริหารและธุรการ งานสอน งานวิจัยและพัฒนา งานบริการวิชาการ งานปรับแปลง ถ่ายทอด และพัฒนาเทคโนโลยี และงานทะนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรม การจัดองค์กรของมหาวิทยาลัย จึงอิงตามลักษณะงานทั้ง 6 ประการ ดังนี้

สำนักงานอธิการบดี
มีภารกิจหลักประสานนโยบายของมหาวิทยาลัยในทุกๆ ด้าน รวมทั้งภารกิจในด้านการบริหารและธุรการ โดยประสานงานบริหารในสำนักวิชา ศูนย์ สถาบัน และหน่วยงานวิสาหกิจ
สำนักงานอธิการบดี ประกอบด้วย หน่วยงานระดับส่วนงาน 13 ส่วนงาน ได้แก่
(1) ส่วนสารบรรณและนิติการ
(2) ส่วนการเจ้าหน้าที่
(3) ส่วนการเงินและบัญชี
(4) ส่วนอาคารสถานที่
(5) ส่วนพัสดุ
(6) ส่วนแผนงาน
(7) ส่วนกิจการนักศึกษา
(8) ส่วนประชาสัมพันธ์
(9) ส่วนส่งเสริมวิชาการ
(10) หน่วยตรวจสอบภายใน
(11) สำนักงานสภามหาวิทยาลัยฯ ( กรกฎาคม 2551)
(12) สถานพัฒนาคณาจารย์ (เมษายน 2551)
(13) สถานส่งเสริมและพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการบริหาร (สิงหาคม 2551)

โดยการดำเนินงานตั้งแต่เปิดดำเนินการจนกระทั่งปัจจุบันได้มีการปรับเปลี่ยนหน่วยงานเพื่อความเหมาะสม ดังนี้
17 กันยายน 2537 ได้ประกาศยุบส่วนวิเทศสัมพันธ์ และจัดตั้งศูนย์กิจการนานาชาติ โดยโอนภารกิจที่อยู่ภายใต้ การดูแลของส่วนวิเทศสัมพันธ์ไปไว้ที่ศูนย์กิจการนานาชาติ
26 มิถุนายน 2541 ได้ประกาศยุบส่วนอำนวยการ จัดตั้งส่วนส่งเสริมวิชาการ ได้โอนงานนิติการที่อยู่กับส่วนอำนวยการ ไปรวมกับส่วนสารบรรณ และเปลี่ยนชื่อใหม่เป็นส่วนสารบรรณและนิติการ

สำนักวิชา
มีภารกิจด้านการสอนและการวิจัย แต่ละสำนักวิชาจะประกอบด้วย สาขาวิชา และมีสถานวิจัย เป็นแหล่งปฏิบัติงานวิจัยของคณาจารย์ในสำนักวิชานั้นๆ
สำนักวิชา ประกอบด้วย 5 สำนักวิชา ได้แก่
(1) สำนักวิชาวิทยาศาสตร์
(2) สำนักวิชาเทคโนโลยีสังคม
(3) สำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตร
(4) สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์
(5) สำนักวิชาแพทยศาสตร์
การดำเนินงานตั้งแต่เปิดดำเนินการจนกระทั่งปัจจุบันได้มีการปรับเปลี่ยนหน่วยงานในระดับสำนักวิชา ดังนี้
15 ธันวาคม 2536 จัดตั้งสำนักวิชาแพทยศาสตร์
1 พฤษภาคม 2542 มหาวิทยาลัยได้ปรับโครงสร้างสำนักวิชาใหม่ โดยรวมสำนักวิชาเทคโนโลยีทรัพยากร และสำนักวิชาเทคโนโลยีอุตสาหกรรมเข้าด้วยกัน และจัดตั้งเป็นสำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์ โดยโอนสาขาวิชาวิศวกรรมเกษตร ของสำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตรไปขึ้นกับสำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์

สถาบัน / ศูนย์
มีภารกิจหลักด้านการบริการสนับสนุนงานด้านวิชาการ การจัดการเรียนการสอนแก่หน่วยงานต่างๆ ทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย และการทะนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรมของชุมชนและของประเทศ โดยอาจดำเนินการในรูปโครงการต่างๆ ได้ โดยแรกเริ่มดำเนินการมีหน่วยงานระดับสถาบัน/ศูนย์ จำนวน 1 สถาบัน 5 ศูนย์ ได้แก่
(1) สถาบันวิจัยและพัฒนา
(2) ศูนย์บรรณสารและสื่อการศึกษา
(3) ศูนย์เครื่องมือวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
(4) ศูนย์บริการการศึกษา
(5) ศูนย์บริการวิชาการ
(6) ศูนย์คอมพิวเตอร์

โดยการดำเนินงานตั้งแต่เปิดดำเนินการจนกระทั่งปัจจุบันได้มีการปรับเปลี่ยนหน่วยงานในระดับศูนย์เพื่อความเหมาะสม ดังนี้
17 กันยายน 2537 จัดตั้งศูนย์กิจการนานาชาติ โดยรวมภารกิจทั้งหมดของส่วนวิเทศสัมพันธ์ มารวมไว้ในภารกิจของศูนย์กิจการนานาชาติ
23 เมษายน 2539 ประกาศยุบรวมศูนย์บริการวิชาการและจัดตั้งเทคโนธานี ซึ่งเป็นหน่วยงานเทียบเท่าศูนย์ขึ้น โดยโอนภาระงานทั้งหมดของศูนย์บริการวิชาการเข้าไปไว้ในฝ่ายบริการวิชาการของ เทคโนธานี
11 มิถุนายน 2551 ประกาศยุบรวมโครงการศึกษาไร้พรมแดนและโครงพัฒนาและผลิตสื่อการศึกษา และจัดตั้งเป็นศูนย์นวัตกรรมและเทคโนโลยีการศึกษา เพื่อทำหน้าที่เป็นหน่วยงานกลาง ในการผลิตและพัฒนาสื่อสนับสนุนการเรียนการสอน พัฒนาระบบการเรียนการโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ผลิตสื่อประชาสัมพันธ์และภารกิจด้านสำนักพิมพ์
29 ตุลาคม 2551 ประกาศยุบโครงการสหกิจศึกษาและพัฒนาอาชีพ และจัดตั้งเป็นศูนย์สหกิจศึกษาและพัฒนาอาชีพ

ปัจจุบันหน่วยงานระดับสถาบัน/ศูนย์ มีจำนวนทั้งสิ้น 1 สถาบัน 7 ศูนย์ และ 1 หน่วยงานเทียบเท่าศูนย์/สถาบัน ประกอบด้วย
(1) สถาบันวิจัยและพัฒนา
(2) ศูนย์บริการการศึกษา
(3) ศูนย์บรรณสารและสื่อการศึกษา
(4) ศูนย์คอมพิวเตอร์
(5) ศูนย์เครื่องมือวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
(6) ศูนย์กิจการนานาชาติ (2537)
(7) เทคโนธานี (2539)
(8) ศูนย์นวัตกรรมและเทคโนโลยีการศึกษา (2551)
(9) ศูนย์สหกิจศึกษาและพัฒนาอาชีพ (2551)

หน่วยงานวิสาหกิจ
ภายใต้แนวทางและเป้าหมายการพัฒนามหาวิทยาลัยที่มุ่งจะระดมสรรพกำลังและทรัพย กรจากแหล่งต่างๆ มาเสริมงบประมาณแผ่นดิน ดังนั้นมหาวิทยาลัยจะต้องวางแนวทางและระบบต่างๆ ที่เอื้ออำนวยและส่งเสริมให้มหาวิทยาลัยสามารถพัฒนาทรัพย์สินของมหาวิทยาลัย ให้เกิดประโยชน์ และสร้างรายได้ให้แก่มหาวิทยาลัย เพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าวและเพื่อให้มหาวิทยาลัยสามารถพึ่งตนเองทางการ เงินได้ในระยะยาว ได้ดำเนินการจัดตั้งและพัฒนาหน่วยงานภายในของมหาวิทยาลัยให้เป็นหน่วยงานที่ ดำเนินงานเชิงธุรกิจ 3 หน่วยงาน ได้แก่ เทคโนธานี ฟาร์มมหาวิทยาลัย และสุรสัมมนาคาร
– เทคโนธานี เป็นหน่วยงานที่ให้บริการวิชาการแก่หน่วยงานต่างๆ ทั้งภายในมหาวิทยาลัยและหน่วยงานภายนอกในด้านการจัดประชุม สัมมนา ฝึกอบรม และให้คำปรึกษาทางวิชาการ ส่งเสริม ถ่ายทอด และพัฒนาเทคโนโลยี ให้เช่าพื้นที่ภายในเทคโนธานีเพื่อการวิจัยและพัฒนา
– ฟาร์มมหาวิทยาลัย เป็นสถานที่ให้บริการการเรียนการสอนภาคปฏิบัติการ การวิจัย และบริการวิชาการทางด้านเทคโนโลยีการเกษตร เป็นที่ปฏิบัติงานของนักศึกษาในรูปสหกิจศึกษา และดำเนินกิจการในเชิงธุรกิจ มีการจำหน่ายสินค้า ผลผลิต และผลิตภัณฑ์แปรรูปต่างๆ ที่เป็นผลผลิตของฟาร์ม
– สุรสัมมนาคาร เป็นสถานที่ให้บริการที่พัก ห้องประชุม สัมมนา และจัดเลี้ยงแก่หน่วยงานภายในของมหาวิทยาลัยและหน่วยงานภายนอก

 

หน่วยงานภายใน

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี แบ่งหน่วยงานภายในตามภารกิจ 4 ด้าน ดังนี้

1.       สำนักงานอธิการบดี มีภารกิจหลักประสานนโยบายของมหาวิทยาลัยในทุกๆ ด้าน รวมทั้งภารกิจในด้านการบริหารและธุรการ โดยประสานงานบริหารในสำนักวิชา ศูนย์ สถาบัน และหน่วยงานวิสาหกิจ สำนักงานอธิการบดี ประกอบด้วย หน่วยงานระดับส่วนงาน 13 ส่วนงาน

2.      สำนักวิชา มีภารกิจด้านการสอนและการวิจัย แต่ละสำนักวิชาจะประกอบด้วย สาขาวิชา และมีสถานวิจัย เป็นแหล่งปฏิบัติงานวิจัยของคณาจารย์ในสำนักวิชานั้นๆ ประกอบด้วย 6 สำนักวิชา

3.      สถาบัน / ศูนย์ มีภารกิจหลักด้านการบริการสนับสนุนงานด้านวิชาการ การจัดการเรียนการสอนแก่หน่วยงานต่างๆ ทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย และการทะนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรมของชุมชนและของประเทศ ประกอบด้วย 1 สถาบัน 7 ศูนย์

4.       หน่วยงานวิสาหกิจ     ภายใต้แนวทางและเป้าหมายการพัฒนามหาวิทยาลัยที่มุ่งจะระดมสรรพกำลังและทรัพยากรจากแหล่งต่างๆ มาเสริมงบประมาณแผ่นดิน ดังนั้นมหาวิทยาลัยจะต้องวางแนวทางและระบบต่างๆ ที่เอื้ออำนวยและส่งเสริมให้มหาวิทยาลัยสามารถพัฒนาทรัพย์สินของมหาวิทยาลัย ให้เกิดประโยชน์ และสร้างรายได้ให้แก่มหาวิทยาลัย เพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าวและเพื่อให้มหาวิทยาลัยสามารถพึ่งตนเองทางการ เงินได้ในระยะยาว ได้ดำเนินการจัดตั้งและพัฒนาหน่วยงานภายในของมหาวิทยาลัยให้เป็นหน่วยงานที่ ดำเนินงานเชิงธุรกิจ 3 หน่วยงาน

 

———————————————————-

สภามหาวิทยาลัย

 

การเดินทางและเยี่ยมชม

การเดินทางมายัง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี

  • โดยรถยนต์

ท่านสามารถเดินทางได้ 2 เส้นทางคือ จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 (พหลโยธิน) แยกเข้าทาง หลวงหมายเลข 2 (มิตรภาพ) ที่สระบุรี ขับตามเส้นทางจนถึงสะพานต่างระดับบริเวณสามแยกปักธงชัย (ก่อนถึงตัวเมืองนครราชสีมา ประมาณ 5 กม.) จากนั้นขึ้นสะพานตรงไปยัง อ.ปักธงชัย อีกประมาณ 7 กม. ทางเข้ามหาวิทยาลัยจะอยู่ทางด้านขวามือ รวมระยะทาง 259 กิโลเมตร อีกเส้นทาง คือ จากกรุงเทพฯใช้ทางหลวงหมายเลข 304 ผ่านมีนบุรี ฉะเชิงเทรา พนมสารคาม กบินทร์บุรี ปักธงชัย มายังนครราชสีมา ก่อนถึงนครราชสีมาประมาณ 20 กม. จะมีทางเข้ามหาวิทยาลัยอยู่ทางด้านซ้ายมือ รวมระยะทาง 273 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง
ท่านสามารถสอบถามเส้นทางได้ ที่ส่วนประชาสัมพันธ์ โทร. 0-4422-4080-3

  • โดยรถโดยสารประจำทาง

บริษัท ขนส่ง จำกัด มีรถโดยสารทั้งรถธรรมดาและรถปรับอากาศ ออกจากสถานีขนส่งตะวันออก เฉียงเหนือ ไปนครราชสีมาทุกวัน รายละเอียดสอบถาม โทร. 0-2272-5761-5 (รถธรรมดา) และโทร. 0-2272-5241(ปรับอากาศ) ท่านสามารถลงรถได้ที่สามแยกปักธงชัย และขึ้นรถเมล์สาย มทส เข้ามายัง มทส (มีรถเมล์ 2 สายคือ สาย มทส – เทคโนโลยีราชมงคล สีเหลือง ขาว และสายหัวทะเล – มทส สีม่วงขาว ราคาค่าโดยสาร 14 บาท)

  • โดยรถไฟ

มีรถไฟออกจาสถานีรถไฟกรุงเทพฯ ไปนครราชสีมาทุกวัน รายละเอียดสอบถามที่หน่วยบริการ เดินทาง การรถไฟแห่งประเทศไทย โทร. 0-2223-7010. 0-2223-702

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

ติดต่อ มทส.

การติดต่อ มทส.

– มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี

111 ถนนมหาวิทยาลัย ตำบลสุรนารี อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา 30000

โทรศัพท์ 0-4422-3000 โทรสาร 0-4422-4070
– หน่วยประสานงาน มทส. กทม.

128/237 อาคารพญาไท พลาซ่า ชั้น 22

ถนนพญาไท เขตราชเทวี จังหวัดกรุงเทพมหานคร 10400

โทรศัพท์ 0-2216-5410, 0-2216-5493-4 โทรสาร 0-2216-5411
– อีเมลล์ pr@sut.ac.th

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

นวัตกรรมและความสำเร็จ

นวัตกรรมและความสำเร็จ

ตลอดระยะเวลา 2 ทศวรรษที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี เดินอยู่บนเส้นทางแห่งความสำเร็จมาโดยตลอด ดังผลงานที่ปรากฎผ่านการจัดลำดับของหน่วยงาน ดังนี้

1 ใน 14 มหาวิทยาลัยไทย ที่มีผลงานวิจัยระดับนานาชาติ สู่ความเป็น World Class University จากการจัดอันดับของ SCImago Institutions Rankings (SIR) World Report 2010: Global Ranking

1 ใน 9 มหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ ประจำปี 2553 โดย สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ปี 2552

ผลการประเมินระดับดีมาก : อันดับ 1 ของมหาวิทยาลัยของรัฐ อันดับ 2 ของประเทศ กลุ่มมหาวิทยาลัยที่เน้นการผลิต บัณฑิตและวิจัย

ผลการประเมินระดับดีมาก : มหาวิทยาลัยที่มีมาตรฐานด้านคุณภาพบัณฑิต / มหาวิทยาลัยที่มีมาตรฐานด้านงานวิจัย และ งานสร้างสรรค์ / มหาวิทยาลัยที่มีมาตรฐานด้านการบริการวิชาการ / มหาวิทยาลัยที่มีมาตรฐานด้านการทำนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรม / มหาวิทยาลัยที่มีมาตรฐานด้านการประกันคุณภาพจากผลการประเมินคุณภาพภายนอกสถาบันอุดมศึกษา รอบสอง ปี 2549 – 2551 โดย สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) (สมศ.) ปี 2552

ผลการประเมินระดับดี : มหาวิทยาลัยที่มีมาตรฐาน ด้านการบริหารหลักสูตรและการจัดการเรียนการสอน / มหาวิทยาลัยที่มีมาตรฐานด้านการพัฒนาองค์การและบุคลากร จากผลการประเมินคุณภาพ ภายนอกสถาบันอุดมศึกษา รอบสอง ปี 2549 – 2551 โดย สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) (สมศ.) ปี 2552

ผลการประเมินระดับดีเยี่ยม : อันดับ 1 ของประเทศ 2 ครั้งติดต่อกัน ในกลุ่มวิทยาศาสตร์ สาขาวิชาฟิสิกส์

ผลการประเมินระดับดีเยี่ยม : กลุ่มเกษตรศาสตร์ สาขาวิชาเทคโนโลยีอาหาร จากผลการประเมินคุณภาพผลงานวิจัยเชิงวิชาการด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ของสถาบันอุดมศึกษา ในประเทศไทย ครั้งที่ 2 โดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ปี 2553

ผลการประเมินระดับดีมาก : กลุ่มวิทยาศาสตร์ สาขาวิชาคณิตศาสตร์ / กลุ่มเทคโนโลยี สาขาวิชาวิศวกรรมเซรามิก / กลุ่มเกษตรศาสตร์ สาขาวิชาเทคโนโลยีการผลิตสัตว์ / สำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตร จากผลการประเมิน คุณภาพผลงานวิจัยเชิงวิชาการด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ของสถาบันอุดมศึกษาในประเทศไทย ครั้งที่ 2 โดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ปี 2553

อยู่ในกลุ่มดีเลิศด้านการวิจัย และอยู่ในกลุ่มดีเยี่ยมด้านการเรียนการสอน จากการจัดอันดับมหาวิทยาลัยไทย โดย สำนักงาน คณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ปี 2549

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

ข้อมูลและสถิติ

จำนวนนักศึกษาปัจจุบัน ณ วันที่ 7 กันยายน 2555

 

สำนักวิชา

ปริญญาตรี

ปริญญาโท

ปริญญาเอก

ป.ตรีอีกสาขาหนึ่ง

ผู้ร่วมเรียน ป.ตร

ผู้ร่วมเรียน บัณฑิต

รวม

วิทยาศาสตร์

274

87

212

1

574

เทคโนโลยีสังคม

1,013

89

72

1

1,175

เทคโนโลยีการเกษตร

990

130

88

1

1,209

แพทยศาสตร์

986

9

995

วิศวกรรมศาสตร์

6,518

682

145

28

13

7,386

พยาบาลศาสตร์

189

189

รวม

9,970

997

517

28

15

1

11,528

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง http://web.sut.ac.th/2012/

อ้างอิง

http://web.sut.ac.th/2012/

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s